my guilty-knowledge

Sunday, October 30, 2005

ความคิดไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

พยายามจะเขียนให้ออกมาเป็นเรื่องยาวๆ...แต่ช่วงนี้ความคิดไม่ปะติดปะต่อเลย เขียนเรื่อง อ.นิธิ ไปตั้งยาว ยังไม่สรุปอะไรเลย ประสาทแล้วเรา...
เหมือนฟุ้งซ่าน สมาธิกระจาย คิดโน่น คิดนี่ได้ แต่ไม่มีระเบียบทางความคิด กลายเป็นบ่นๆไป
นี่แหละความคิดไม่เป็นชิ้นเป็นอันที่กระจายเกลื่อนในหัวตอนนี้

ไม่มีใครปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ เด็กแรกเกิดอาจถูกแม่ทิ้ง แม่ฆ่า...เด็กโตขึ้นหน่อยอาจถูกทารุณกรรมจากคนใกล้ชิด เช่นเอาเหรียญหยอดลงปาก...โตกว่านั้นอีกหน่อย อาจถูกข่มขืน ถูกพ่อเลี้ยงเตะ ...เด็กวัยเรียนอาจถูกบุกเข้าแทงในโรงเรียน โดดลงจากตึกที่ไม่น่าเป็นไปได้ว่าทำเอง ไปจนถึงถูกครูข่มขืน ..... เด็กมัธยม-มหาลัย ...อาจโดนรุมโทรม อาจถูกโรงเรียนคู่อริฆ่าตาย อาจโดนลูกหลงจากการตีกัน .... วัยทำงาน อาจเครียดจนฆ่าตัวตาย อาจถูกฆ่าตายเพราะพิษรักแรงหึง โดนสาดน้ำกรด จะเป็นเมียหลวง เมียน้อย ผัวหลวง ผัวน้อย โดนได้หมด..ถูกแท็กซี่ถีบลงจากรถกแล้วเผาให้ตาย ... คนแก่ก็ยังไม่พ้นถูกข่มขืน ถูกฆ่า ...จากคนใกล้ชิด
นี่คร่าวๆ ไม่รวมภัยอย่างอื่นจากสังคมปัจจุบัน ที่รัฐบาลไม่พยายามทำอะไรเลย อย่างหวัดนก ปัญหาชายแดน เพราะปัญหาสำคัยกว่าคือ.... เราแพ้เลือกตั้งที่พิจิตรไม่ได้
.....................................................................................................................

อยากถามทักษิณ ถามรัฐมนตรี ถามคนในรัฐบาล
ถามเครือตระกูลชินวัตร ตระกูลดามาพงศ์ ว่า...เงินเท่าไหร่ถึงจะพอ เงินเท่าไหร่ถึงจะทำให้ท่านมีความสุขกันจริงๆ

...................................................................................................................

อยากรู้ว่าเวรกรรมมีจริงไม๊ ทำไมคนดีทำดีไม่ได้ดี ทำไมคนชั่วถึงมีความสุขนัก
................................................................................................................

อยากถามทั้งสนธิ ทั้งทักษิณ ทั้งคนที่พยายามเล่นเกมส์อยู่ทั้งหมดว่า มันจะได้อะไรขึ้นมาถ้าใครจะได้อำนาจไปจริงๆ ในเมื่อสิ่งที่ได้จากประเทศตอนนี้ คือ เศรษฐกิจเน่าๆ สังคมฟอนเฟะ กับประชาชนที่ไม่มีทางลืมตาอ้าปากได้
...............................................................................................................

อยากถามผู้ก่อการกร้าย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า แยกดินแดนไปจะทำไรกินวะ แล้วก็..ใครไปยิงพ่อมึงก่อนเหรอ
.................................................................................................................

ปัญหาสังคมวันนี้ แก้โดยการจัดสนามแข่งรถ /เอาช่างกลไปตีขอทาน/ จัดให้วันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว / เอาเพลงไทยเดิมกะภาพโบราณสถานให้เด็กวัยรุ่นโหลดลงโทรศัพท์ / ติดเข็มห้ามเจาะไข่แดง / เปลี่ยนระบบการสอบเข้ามหาลัยไปเรื่อยๆ /

ปัญหาทั้งหมด มีอันไหนที่แก้ที่สาเหตุบ้าง
...........................................................................................................

จะว่าเพ้อก็เพ้อล่ะ


Wednesday, October 12, 2005

คิดยังไงกัน....

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ...ระหว่างเทศกาลกินเจ

บทสนทนาระหว่างแม่ลูกคู่หนึ่ง..หน้าร้านน้ำเต้าหู้ข้างถนน ที่มีคนยืนรอต่อคิวอยู่อีก 10-15 คน ไม่นับคนที่มาสั่งไว้แล้วจะกลับมาเอา (ร้านอยู่หน้ากองปราบ โชคชัย 4)อากาศร้อนสุดๆ เวลาประมาณ 1 ทุ่ม


ระหว่างที่ถึงคิวเธอสั่ง โดยมีสายตานับสิบคู่รอคิวต่อจากเธอ สายตาแม่ค้าอีก 3 คู่ รอฟัง

แม่ (อายุ40-50 ปี สไตล์ไชนีส นุ่งชุดขาวตามเทศกาล) : ปาท่องโก๋ 10 ตัว ซาลาเปาทอด 5 อัน
แม่ : (หันมาถามลูก) พี่ๆเค้าจะกินน้ำเต้าหู้ไม๊
ลูกสาว (อายุประมาณไม่เกิน ม.3 แต่งตัววัยรุ่นเต็มที่ หน้าตาเซ็งโลกตลอดเวลา) : จะไปรู้เหรอ
แม่ : โทรไปถามสิ
ลูก : แม่ก็โทรสิ
แม่ : ฮาโหลๆ เออ กินน้ำเต้าหู้ไม๊ลูก ..อะไรนะ... (หันไปถามคนขาย) เก็บไว้พรุ่งนี้ได้รึเปล่า...ได้ลุกแต่ต้องแช่...อะไรนะ..(หันไปทางคนขายอีกที) ปาท่องโก๋ล่ะได้ไม๊... มันไม่กรอบลูก...เออๆ...ได้ๆ
แม่ : เอาปาท่องโก๋เพิ่มอีก 10 ตัว สังขยาด้วย...

(คนขายหยิบให้ ท่ามกลางสายตาดุเดือดของคนอื่น เพราะเป็นตัวใหญ่ หนึ่งกะทะ ทอดได้ไม่เยอะ และเจ้าหล่อนกวาดเรียบ)

แม่ : ไม่สิ ไม่สิ เอากระดาษรองซ้อนด้วย แยกสังขยาอีกถุงด้วย
ลูก : อะไรหนักหนาฮะ
แม่ : เอาน้ำเต้าหู้ด้วย 5 ถุง ใส่เครื่องด้วย เอาฟองเต้าหู้ เม้ดแมงลัก วุ้นนะ อย่างอื่นไม่เอา แต่แยกน้ำกะเครื่องนะ เอาไว้กินพรุ่งนี้
ลูก : แล้วหนูอ่ะ จะกินวันนี้ แยกทำไม
แม่ : ก็ไปแกะเอา
ลูก : ไม่เอา ขี้เกียจ
แม่ : งั้น น้องๆ แยก 3 ถุง ไม่แยก 2 ถุง
ลูก : แล้วแม่รู้ได้ไงว่าหนุกินอะไร เหมือนแม่ที่ไหนล่ะ
แม่ : เอ้า...งั้นเอาไรล่ะ
ลูก : ไม่กินแล้ว..ไม่เอาแล้ว
แม่ : อ้าว.... งั้นแยก 5 ถุงเหมือนเดิม

.............................................................................

คิดยังไงกัน.....กับแม่ลูกคู่นี้ แต่เนี่ยะความรู้สึกคนในเหตุการณ์แบบเรา

1. รำคาญอีเจ๊นี่เหลือกำลัง สั่งนานมาก
2. อยากตบกระโหลกลูกสาวมันมาก อีเด็กเวร (เผลอลืมตัวหันไปมองหน้ามันจนsheเริ่มเงียบเสียงไปเลย )
3. ตลอดเวลา แม่ไม่มีท่าทีอะไรกับ พฤติกรรมลูกสาวเลย จนน่าแปลกใจ

กายหยาบของเดี๊ยนอยู่เฉยๆ แต่กายละเอียด จับแม่ลุกจุ่มกะทะปาท่องโก๋ไปแล้ว......

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....อย่าสั่งอะไรนาน และอย่ามีลูก

p.s. พยายามจะจบเรื่อง นิธิ..สถาบันทางประวัติศาสตร์มาจะเดือนแล้ว ยังไม่เสร็จเลย โฮะๆ